日本(冬)

日本(冬)

คำว่า “กิ๊ก” ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร



คำว่า “กิ๊ก” ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร


     วันนี้จู่ๆ ก็นึกถึงคำนี้ขึ้นมา จำได้ว่าเคยต้องแปลคำนี้สมัยที่คำนี้เริ่มเป็นที่นิยมและพูดกันมากขึ้น ตอนแรกๆ ก็คุยเรื่องงาน พอแปลเสร็จมีการพูดเล่นกันระหว่างคนไทยกับคุณญี่ปุ่นปรากฏว่ามีคำนี้โผล่ขึ้นมา ทีนี้ล่ะจะแปลยังไงล่ะเนี่ย?? สมัยเรียนในพจนานุกรมก็ไม่มีคำนี้อยู่เสียด้วย ที่เคยเจอในพจนานุกรมก็เป็นคำว่า 愛人(あいじん) aijin ไอจิน  ที่แปลว่า ชู้รัก หรือภรรยาน้อย ถ้าแปลไปคงจะผิดความหมายที่น้องคนไทยต้องการสื่อแหง่มๆ ก็เลยต้องอธิบายยกตัวอย่างให้เห็นภาพเสียยืดยาวเลยแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเข้าใจตรงกัน...


     หลังจากวันนั้นก็เลยมานั่งหาในอินเตอร์เนต คำว่า กิ๊ก ภาษาญี่ปุ่นเค้าพูดกันว่าอะไรและก็ได้คำที่คิดว่าเหมาะสม พูดกับคนญี่ปุ่นก็คงจะเข้าใจ วันนี้ก็เลยนึกอยากจะเอามาแชร์ให้ทุกคนได้รู้ด้วย เผื่อเวลาพูดคุยเล่นกันมีคำนี้โผล่ขึ้นมาจะได้พูดกันถูกอิอิ


     จริงๆ แล้วคำว่า กิ๊ก ในภาษาญี่ปุ่นนั้นไม่มีค่ะ เนื่องจากคำนี้เป็นคำแสลงหรือภาษาวัยรุ่นที่คิดขึ้นมาแล้วนิยมพูดกันในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าจะให้บอกความหมายของคำว่ากิ๊กจริง คือ การนอกใจ นั่นเอง แต่ถ้าจะให้แปลให้ตรงกับภาษาวัยรุ่นก็จะใช้คำว่า



  • 友達以上恋人未満(ともだちいじょうこいびとみまん)   

        tomodachi ijou  koibito miman   
        โทะโมะดะจิ อิโจ โคะอิบิโตะ มิมัง = กิ๊ก


เราลองมานั่งแปลตามคำศัพท์จะออกมาในรูปนี้ค่ะ

友達(ともだち) tomodaji  โทะโมะดะจิ = เพื่อน

以上(いじょう) ijou  อิโจ = เกิน/มากกว่า~ขึ้นไป

恋人(こいびと) koibito  โคะอิบิโตะ = แฟน/คนรัก

未満(みまん) miman  มิมัง = ไม่ถึง/น้อยกว่า...

แปลทั้งหมดรวมกัน เรียกว่า มากกว่าเพื่อนแต่น้อยกว่าแฟน 

แหมคนไทยเราช่างคิดนะเนี่ย


แต่ถ้าจะให้พูดง่ายๆ เลยอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้นการมีกิ๊ก ก็คือ การนอกใจ ภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า

  •  浮気(うわき)する  uwaki suru อุวะคิ ซึรุ  = นอกใจ

เราอาจจะพูดคำนี้ก็ได้ค่ะ คนญี่ปุ่นก็เข้าใจเหมือนกัน แต่ทางที่ดีอย่ามีกิ๊กเลยจะดีเป็นที่สุด แต่ถ้าจะพูดเล่นก็โอเคค่ะถือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศความสนุกสนานในการทำงาน แต่อย่าแอบคิดจริงขึ้นมาล่ะ 


คราวหน้าจะเอาคำอะไรมาแนะนำอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะแล้วพบกันใหม่ค่ะ...
 

คำว่า "ช่วยไม่ได้" ในภาษาญี่ปุ่น

"ช่วยไม่ได้" ในภาษาญี่ปุ่น



    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับงานล่าม Freelance ที่บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง งานหลักคือต้องติดตามไปแปลให้กับคนญี่ปุ่นที่เป็น Supporter มาจากญี่ปุ่น ด้วยความที่งานที่ผลิตมีปัญหาด้านคุณภาพเยอะ ทำให้ต้องลงหน้าไลน์การผลิตบ่อย และคำที่ได้ใช้บ่อยมากตอนที่ไปแปลให้น้องในไลน์ คือคำว่า “ช่วยไม่ได้” คนญีปุ่นพูดบ่อยมาก วันนี้ก็เลยอยากแนะนำคำนี้ว่าภาษาญี่ปุ่นพูดว่าอะไร เพราะคำนี้ในชีวิตประจำวันคนญี่ปุ่นพูดค่อนข้างบ่อยค่ะ

คำว่า “ช่วยไม่ได้” ในภาษาญี่ปุ่นมี 2 คำ คือ

  •  仕方(しかた)がない shikata ga nai  ชิคะตะ กะ นั่ย

  •  しょうがない shou ga nai  โชกะนั่ย

ทั้ง 2 คำมีความหมายเหมือนกันเลยค่ะ ใช้ตอนที่รู้สึกจำยอมต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงที่ไม่เต็มใจ หรือตอนที่ล้มเลิกความตั้งใจ เราสามารถพูดทั้งสองคำนี้ได้เลย แต่เท่าที่ทำงานกับคนญี่ปุ่นมาจะได้ยินคำว่า しょうがない shou ga nai  โชกะนั่ย บ่อยกว่าค่ะ


ทีนี้เรามาดูตัวอย่างประโยคกันบ้างดีกว่าค่ะ

ทะนะคะซัง : เมื่อวาน ทางญี่ปุ่นแจ้งมาว่ามีปัญหาเรื่องการลืมประกอบชิ้นงาน     
田中(たなか)さん: 

昨日(きのう)、日本(にほん)から欠品問題(けっぴんもんだい)を連絡(れんらく)きた。
Kinou, Nihon kara keppin mondai o renraku kita.
คิโน่ นิฮง คะระ เคตปิง มนดัย โอะ เร็งระคะ คิตะ

ปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ก็จริง แต่เราต้องคิดหาแนวทางการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ               
問題発生(もんだいはっせい)はしょうがないけれども、対策(たいさく)と再発防止(さいはつぼうし)を考(かんが)えなければならない。 
Mondai hassei wa shouganai keredomo, taisaku to saihatsu boushi o kangaenakereba naranai.
มนดัย ฮัสเสย วะ โชกะนั่ย เคะเระโดะโมะ,ทัยซะคุ โทะ ซัยฮะสึ โบชิ โอะ คังกะเอะนะเคะเระบะ นะระนั่ย

คำศัพท์ : 欠品 keppin = ลืมประกอบชิ้นงาน (Missing)
      問題  mondai = ปัญหา
      連絡  renraku = การติดต่อ,การแจ้ง
      発生 hassei = การเกิดขึ้น
           対策  taisaku = แนวทางการแก้ไข
      再発防止 saihatsuboushi = การป้องกันการเกิดซ้ำ
      考える kangaeru = คิด



ครั้งหน้าจะเอาคำไหนที่คนญี่ปุ่นพูดบ่อยมาแนะนำ อย่าลืมติดตามนะคะ...
 

มารู้จักคำช่วยในภาษาญี่ปุ่น 3

มารู้จักคำช่วยในภาษาญี่ปุ่น 3 

มาทำความรู้จักคำช่วยที่ใช้บ่อยกันต่อค่ะ

  • คำช่วย に ni (นิ)  
เป็นคำช่วยที่ใช้บอกตำแหน่งที่อยู่หรือสถานที่ ใช้วางไว้หลังสถานที่ หน้าคำกริยา โดยใช้กับกริยาที่ไม่เคลื่อนไหว เช่น อยู่ นอน เป็นต้น นอกจากนี้คำช่วย に ni (นิ)  ใช้บ่งบอกเวลาเป็นการชี้เฉพาะเจาะจง
  
@ตัวอย่างบอกจุดหมายปลายทางหรือทิศทาง


 อีกสักครู่จะถึงโตเกียว


もうすぐ名古屋(なごや)に着(つ)く。

mou sugu nagoya ni tsuku
โม่ ซุกุ นาโกย่า นิ สึคุ 

คำศัพท์: 着く tsuku  = ถึง (จุดหมาย)
     名古屋 Nagoya = เมืองนาโกย่า


@บ่งบอกเวลาเป็นการชี้เฉพาะเจาะจง
นอนตอน 11นาฬิกา
11時(じ)に寝(ね)る。
juuichi ji ni neru

จูอิชิจะ นิ เนะรุ


คำศัพท์ : 寝る neru = นอน



  • คำช่วย へ e (เอะ) 
คำช่วยตัวนี้เขียนด้วยตัวอักษรฮิรางานะへ(เฮะ) แต่เป็นยกเว้นว่าต้องออกเสียง เอะ คำช่วยนี้ใช้บอกว่า คำที่อยู่ด้านหน้ามันเป็นสถานที่ มักจะใช้กับคำกริยา ไป มา กลับ เรามาดูตัวอย่างประโยคกันค่ะ 

行く iku อิคุ ไป
来る kuru คุรุ มา
帰る kaeru คะเอะรุ กลับ

อยากไปญี่ปุ่น
日本(にほん)へ行(い)きたい。

Nihon e ikitai
นิฮง เอะ อิคะตั่ย

คำศัพท์ : 日本 nihon = ประเทศญี่ปุ่น 
 

  • คำช่วย で de (เดะ) 
เป็นคำช่วยที่ใช้บ่งชี้สถานที่ ยานพาหนะหรือวิธีการ เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือบ่งบอกภาษาที่เราใช้งาน จะมีความหมายออกไปทางที่~ /โดย ~ /ด้วย~ มาดูตัวอย่างประโยคกันค่ะ


ทานข้าวที่โรงอาหาร

食堂(しょくどう)でご飯(はん)を食(た)べる。
Shokudou de gohan o taberu

โชะคุโด เดะ โกะฮัง โอะ ทะเบะรุ

คำศัพท์ : 食堂 shokudou = โรงอาหาร
              ご飯 gohan = ข้าว
              食べる taberu = กิน
 

พูดด้วยภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ

日本語(にほんご)で話(はな)しましょう。
Nihongo de hanashimashou

นิฮงโกะ เดะ ฮะนะชิมะโช

คำศัพท์ :日本語 nihongo = ภาษาญี่ปุ่น
              話す   hanasu = พูด

ไปญี่ปุ่นโดยเครื่องบิน

飛行機で日本へ行く。
hikouki de nihon e iku

ฮิโคคิ เดะ นิฮง เอะ อิคุ

คำศััพท์ :飛行機 hikouki = เครื่องบิน


นอกจากนี้ で de (เดะ) ยังเป็นคำช่วยที่ใช้บอกสาเหตุหรือเหตุผลได้ด้วย มีความหมายว่า เพราะ~/เนื่องจาก~ ยกตัวอย่างเช่น..


ไม่ไปโรงเรียนเพราะเป็นหวัด

かぜで学校(がっこう)に行(い)かなかった。
Kaze de gakkou ni ikanakatta

คะเซะ เดะ กักโค  นิ อิคะนะกัตตะ

คำศัพท์ :かぜ kaze = เป็นหวัด
              学校 gakkou = โรงเรียน
        



  • คำช่วย と to (โตะ) 
เป็นคำช่วยที่ใช้เชื่อมคำ โดยมีความหมายว่า และ,กับ,ด้วย ยกตัวอย่างเช่น..


เล่นกับลูก

子供(こども)と遊(あそ)ぶ。
Kodomo to asobu

โคะโดะโมะ โทะ อะโซะบุ

คำศัพท์ : 子供 kodomo = ลูก
               遊ぶ asobu = เล่น

  • คำช่วย の no (โนะ) 
เป็นคำช่วยที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยวางไว้หลังคำนามที่เป็นเจ้าของ ยกตัวอย่างเช่น..


นี่คือหนังสือของฉัน

これは私(わたし)の本(ほん)です。
Kore wa watashi no hon desu

โคะเระ วะ วะตะชิ โนะ ฮง เดส







 จริงๆ แล้วคำช่วยในภาษาญี่ปุ่นนั้นมีเยอะและคำช่วยบางตัวก็มีหน้าที่หลากหลาย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนถ้าจะให้จำที่เดียวทั้งหมดคงจะเป็นเรื่องยาก ให้ค่อยๆ เรียนรู้และสังเกตจากรูปประโยคนะคะ ในบทถัดๆ ไปจะมีประโยคเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ จะพยายามอธิบายให้เข้าใจมากที่สุดค่ะ

วันนี้ขอจบเรื่องคำช่วยแค่นี้ก่อน...แล้วพบกันใหม่ค่ะ