日本(冬)

日本(冬)

TPM คืออะไร?

TPM คืออะไรกันนะ??

การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม : 
Total Productive Maintenance คือ หลักการหรือเครื่องมือบริหารการผลิต ขึ้นอยู่กับลักษณะและขอบเขตของการนำไปใช้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ขององค์กร หรือ Company Performance ที่แสดงออกมาในรูปของ
คุณภาพของสินค้า (Product Quality) 
การลดและควบคุมต้นทุน (Cost Reduction & Control) 
การส่งมอบที่ตรงเวลา (On Time Delivery) 
การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย(Safety and Environment)
หลักการของ TPM นั้นเริ่มต้นการพัฒนามาจาก การดำเนินการ PM หรือการทำ Preventive Maintenance และได้พัฒนาการดำเนินการมาเรื่อยๆ โดยความคิดพื้นฐาน เริ่มจากการทำการบำรุงรักษาเครื่องจักร เพื่อไม่ให้เสีย และสามารถเดินเครื่อง ตามที่ต้องการได้ โดยการใช้ ทั้งการบำรุงรักษาตามคาบเวลา (Time Base Maintenance) การบำรุงรักษาตามสภาพของเครื่องจักร (Condition Base Maintenance) และ การเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร ที่บำรุงรักษาง่ายขึ้น และมีอายุการใช้งานนานขึ้น (Maintenance Prevention) แต่เครื่องจักร ก็ยังเสียอยู่ และมีค่าใช้จ่าย ในการบำรุงรักษาสูงมาก
ความคิดเรื่องการทำการบำรุงรักษา เพื่อให้เครื่องจักรไม่เสียนั้น จึงเริ่มจากการตรวจสอบ ให้ทราบถึงการเสื่อมสภาพ ของชิ้นส่วนต่างๆ ก่อนที่เครื่องจักรนั้นๆ จะเสียหาย ดังนั้นจึงต้องมีผู้ที่มีความสามารถ ในการตรวจสอบเครื่องจักร ซึ่งต้องเป็นผู้ที่สามารถรับรู้ การเสื่อมสภาพได้อย่างแม่นยำ ผู้ที่จะทำเช่นนี้ได้อย่างดีที่สุดก็คือ พนักงานเดินเครื่อง ต่อมาจึงได้พัฒนามาเป็น การบำรุงรักษาด้วยตนเอง หรือ Autonomous Maintenance ซึงเป็นเอกลักษณ์ของ TPM การดำเนินการ การบำรุงรักษาด้วยตนเองหรือ Autonomous Maintenance จึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ TPM
แต่การดำเนินการเพียงเพื่อให้เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ นั้นยังไม่เพียงพอ TPM จึงมุ่งไปสู่การเป็นผู้ผลิตระดับโลก หรือ World Class Manufacturing โดยนำกิจกรรมอื่นมาผนวกรวมด้วยเป็น 8 กิจกรรมหลักของการดำเนินการ TPM หรือที่เรียกว่า 8 เสาหลักของ TPM นั่นเอง
เสาหลัก 8 ประการ (8 Pillars) ของ TPM ประกอบด้วย 
  1. การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง หรือ Individual Improvement 
  2. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง หรือ Autonomous Maintenance 
  3. การบำรุงรักษาตามแผน หรือ Planned Maintenance 
  4. การพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและการบำรุงรักษา หรือ Operation and Maintenance Skill Development 
  5. การคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ หรือ Initial Phase Management 
  6. การบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ หรือ Quality Maintenance 
  7. การดำเนินการ TPM ในส่วนสำนักงานหรือส่วนสนับสนุน หรือ TPM in Office 
  8. ระบบชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม หรือ Safety, Hygiene and Working Environment

การดำเนินการ TPM บางครั้งต้องมีกิจกรรมอื่นควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นส่วนเสริมหรือส่วนเพิ่มศักยภาพ เช่น การดำเนินกิจกรรม 5ส หรือ 5s Activity การนำระบบการควบคุมด้วยการมองเห็นหรือ Visual Control การติดตั้งระบบป้องกันความผิดพลาด หรือ Pokayoke แม้กระทั่งการนำเทคนิคทางวิศวกรรมอุตสาหการ หรือ IE Technique มาใช้ก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความสูญเสีย (waste) ในกระบวนการผลิตหรือการบริหารการผลิต ซึ่งเป็นแนวทางไปสู่ระบบการผลิตแบบปราศจากความสูญเสีย หรือ Waste-free Production ได้อีกทางหนึ่ง
เป้าหมายของการทำกิจกรรม TPM ก็คือ
  • เพื่อสร้างวัฒนธรรมของการเป็น ศูนย์ ซึ่งหมายถึง อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ของเสียเป็นศูนย์ เครื่องเสียเป็นศูนย์ ในทุกกระบวนการผลิต 
  • เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกัน ของพนักงานทุกระดับ ในอันที่จะลดความสูญเสียลง ตั้งแต่ ผู้บริหารระดับสูง จนถึงพนักงานหน้างาน
  • เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกัน ของพนักงานทุกแผนก ทุกหน่วยงานในองค์กร ในอันที่จะลดความสูญเสียลง
  • เพื่อให้ทักษะ ความรู้ ความสามารถของพนักงานทุกคนสูงขึ้น
  • เพื่อปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์กร ไปสู่การเป็นผู้ผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม 
Total Productive Maintenance (TPM)
総合的設備保全   
sougoutekisetsubihozen  
โซโกเทะคิเซะสึบิโฮะเซ็น

กิจกรรม TPM      
TPM活動    
TPM-katsudou    
TPMคะสึโด

การบำรุงรักษา (Maintenance) 
保全    
hozen  
โฮะเซ็น

การตรวจสอบแต่ละจุด,การตรวจเช็คอย่างละเอียด
点検     
tenken  
เท็งเค็ง

การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง หรือ Individual Improvement 
個別改善  
kobetsukaizen  
โคะเบะสึคัยเซ็น

การบำรุงรักษาด้วยตนเอง หรือ Autonomous Maintenance 
自主保全  
jishuhozen  
จิชุโฮะเซ็น

การบำรุงรักษาตามแผน หรือ Planned Maintenance   
計画保全 
keikakuhozen  
เคคะคุโฮะเซ็น 

การพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานและการบำรุงรักษา หรือ 
Operation and Maintenance Skill Development 
教育訓練  
kyouikukunren 
เคียวอิขุคุงเร็ง

การคำนึงถึงการบำรุงรักษาตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ 
หรือ Initial Phase Management 
初期管理 
shokikanri  
โชะคิคังริ

การบำรุงรักษาเพื่อคุณภาพ หรือ Quality Maintenance
品質保全  
hinshitsuhozen  
ฮิงชิสึโฮะเซ็น

การดำเนินการ TPM ในส่วนสำนักงานหรือส่วนสนับสนุน 
หรือ TPM in Office
管理間接部門TPM   
kanri-kansetsubumon no TPM     
คังริ-คังเซะสึบุโมง โนะ TPM

ความปลอดภัย ระบบชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม หรือ 
Safety, Hygiene and Working Environment
安全衛生環境   
anzen-eisei-kankyou  
อันเซ็น-เอเซ-คังเคียว

การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม

การผันกริยาภาษาญี่ปุ่น

คำกริยา 動詞  doushi   โดชิ

    คำกริยาภาษาญี่ปุ่นจะต้องมีการผันรูปคล้ายๆ กับภาษาอังกฤษที่มีการผันรูปกริยสามช่องมีทั้งรูปอดีต รูปถูกกระทำ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเองก็เหมือนกันมีการผันกริยาหลายรูป ไม่เหมือนภาษาไทยที่สามารถนำมาใช้ได้เลยไม่ต้องผันรูป ถ้าต้องการอยากจะระบุว่าเป็นอดีตก็ให้เติมคำว่า ~แล้ว หลังประโยค แต่ถ้าเป็นอนาคตก็เติมคำว่า ~จะ  หน้าคำกริยา เช่น คำว่า กิน  

รูปอดีต :  ฉันกินข้าวแล้ว
        รูปอนาคต : ฉันจะกินข้าว  เป็นต้น

     สำหรับภาษาญี่ปุ่นที่มีการผันรูปคำกริยามีหลายเหตุผลและหลายหลักการ เพื่อนำไปใช้ในแต่ละไวยากรณ์ เช่น การผันกริยาเพื่อแสดงคำสุภาพ บอกกาลเวลาว่าปัจจุบันหรืออดีต แสดงว่าเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ เป็นต้น บทความนี้จะขอแนะนำรูปการผันกริยาที่ใช้กันบ่อยๆ จะได้มองภาพออกว่าเป็นประโยคที่แสดงลักษณะหรือสถานการณ์อะไร จบแล้วหรือยังไม่เกิดโดยให้สังเกตจากการลงท้ายประโยค จะไม่อธิบายเจาะลึกอะไรมากมายนะคะ โดยจะอธิบายโดยใช้ตารางตัวอย่างของกริยาที่ทำการผันเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ 
  1. รูปพจนานุกรม  辞書形  jishokei  จิโฉะเค
  2. รูป~ます      -masu  มะสุ/มัส     ; เป็นรูปสุภาพ / ปัจจุบัน / บอกเล่า
  3. รูป~ました     -mashita  มะชิตะ   ; เป็นรูปสุภาพ / อดีต / บอกเล่า
  4. รูป~ません     -masen  มะเซ็น      ; เป็นรูปสุภาพ / ปัจจุบัน / ปฏิเสธ
  5. รูป~ませんでした  -masendeshita  มะเซ็นเดะชิตะ ; เป็นรูปสุภาพ / อดีต / ปฏิเสธ
  6. รูป~ない               -nai  นั่ย               ; เป็นรูปกันเอง / ปัจจุบัน / ปฏิเสธ
  7. รูป~なかった      -nakatta  นะคัตตะ  ; เป็นรูปกันเอง / อดีต / ปฏิเสธ
  8. รูป~て                -te   เทะ/เตะ      ;  เป็นรูปกันเอง / ปัจจุบัน / กำลังทำ,บอกสภาพ 
  9. รูป~た         -ta   ทะ/ตะ          ; เป็นรูปกันเอง / อดีต / บอกเล่า

辞書形
รูปพจนานุกรม
กันเอง
บอกเล่า
~ます
 masu
สุภาพ/ปัจจุบัน/บอกเล่า
~ました
 mashita
สุภาพ/อดีต/บอกเล่า
~ません     masen 
สุภาพ / ปัจจุบัน / ปฏิเสธ

~ませんでした    masendeshita  สุภาพ / ปัจจุบัน / ปฏิเสธ

~ない
nai
กันเอง/ปัจจุบัน/ปฏิเสธ
~なかった
nakatta  
กันเอง / อดีต / ปฏิเสธ
~て
 te
กันเอง / ปัจจุบัน / กำลังทำ,บอกสภาพ

~た
 ta
กันเอง/อดีต/บอกเล่า
食べる
Taberu
ทะเบะรุ
กิน
食べます
Tabemasu
ทะเบะมัส
กิน
食べました
Tabemasita
ทะเบะมะชิตะ
กินแล้ว
食べません
Tabemasen
ทะเบะมะเซ็น
ไม่กิน
食べませんでした
Tabemasende shita
ทะเบะมะเซ็นเดะชิตะ
ไม่กินแล้ว 
食べない
Tabenai
ทะเบะนั่ย
ไม่กิน
食べなかった
Tabenakatta
ทะเบะนะคัตตะ
ไม่กินแล้ว 
食べて
Tabete
ทะเบะเตะ
กินอยู่
食べた
tabeta
ทะเบะตะ
กินแล้ว
ある
Aru
อะรุ
มี,อยู่

あります
Arimasu
อะริมัส
มี,อยู่
ありました
Arimashita
อะริมะชิตะ
มีแล้ว,อยู่แล้ว
ありません
Arimasen
อะริมะเซ็น
ไม่มี,ไม่อยู่
ありませんでした 
Arimasendeshita
อะริมะเซ็นเดะชิตะ
ไม่มีแล้ว ,ไม่อยู่แล้ว
ない
Nai
นั่ย
ไม่มี,ไม่อยู่
なかった
Nakatta
นะคัตตะ
ไม่มีแล้ว,ไม่อยู่แล้ว
あって
Ate
อัตเตะ
กำลังมี,กำลังอยู่
あった
Atta
อัตตะ
มีแล้ว,อยู่แล้ว
呼ぶ
Yobu
โยะบุ
เรียก
呼びます
Yobimasu
โยะบิมัส
เรียก
呼びました
Yobimashita
โยะบิมะชิตะ
เรียกแล้ว
呼びません
Yobimasen
โยะบิมะเซ็น
ไม่เรียก
呼びませんでしたyobimasendeshita
โยะบิมะเซ็นเดะชิตะ
ไม่เรียกแล้ว
呼ばない
Yobanai
โยะบะนั่ย
ไม่เรียก 
呼ばなかった
Yobanakatta
โยะบะนะคัตตะ
ไม่เรียกแล้ว 
呼んで
Yonnde
ย่นเดะ
กำลังเรียก
呼んだ
yonnda
ย่นดะ
เรียกแล้ว
する
Suru
ซุรุ
ทำ
します
shimasu
ชิมัส
ทำ
しました
shimashita
ชิมะชิตะ
ทำแล้ว
しません
shimasen
ชิมะเซ็น
ไม่ทำ
しませんでしたshimasendeshita
ชิมะเซ็นเดะชิตะ
ไม่ทำแล้ว
しない
shinai
ชินั่ย
ไม่ทำ 
しなかった
shinakatta
ชินะคัตตะ
ไม่ทำแล้ว
して
shite
ชิเตะ
กำลังทำ
した
shita
ชิตะ
ทำแล้ว
聞く
kiku
คิคุ
ฟัง
聞きます
kikimasu
คิคิมัส
ฟัง
聞きました
kikimashita
คิคิมะชิตะ
ฟังแล้ว
聞きません
kikimasen
คิคิมะเซ็น
ไม่ฟัง
聞きませんでしたkikimasendeshita
คิคิมะเซ็นเดะชิตะ
ไม่ฟังแล้ว
聞かない
shinai
ชินั่ย
ไม่ฟัง
聞かなかった
shinakatta
ชินะคัตตะ
ไม่ฟังแล้ว
聞いて
shite
ชิเตะ
กำลังฟัง
聞いた
shita
ชิตะ
ฟังแล้ว

     จริงๆ แล้วหลักการผันกริยายังมีอีกหลายรูปที่ไม่ได้เอามาอธิบาย ถ้าใครสนใจอยากจะศึกษาให้มากกว่านี้ลองไปหาหนังสือตามร้านหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมจะได้เข้าใจมากขึ้น สำหรับบทความนี้จะอธิบายคร่าวๆ เท่านั้น ค่ะ

Monozukuri “โมโนซุคุริ” คือ?

Monozukuri  “โมโนซุคุริ”


คุ้นเคยกันไหมกับคำว่า   Monozukuri  “โมโนซุคุริ”  หลายๆ บริษัทมีการนำหลักการนี้มาใช้ในการผลักดันและขับเคลื่อนธุรกิจ เท่าที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับหลายๆ บริษัทมักจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ แล้วคำนี้ในภาษาญี่ปุ่นเขียนและมีความหมายว่าอย่างไร ทำไมคนญี่ปุ่นถึงให้ความสำคัญนำหลักการมาใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กร เราไปทำความรู้จักกับคำนี้กันเลย

ものづくり   Monozukuri  “โมโนซุคุริ”

คำนี้ส่วนใหญ่จะเขียนเป็นตัวอักษรฮิระคะนะ คำนี้เกิดจากผสมกันของคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น 2 คำ คือ 

物  Mono  "โมโน "
(ปล.ถ้าออกจะออกเสียงให้ถูกต้อง คือ “โมะโนะ” แต่คนไทยมักจะออกเสียงลากยาวเป็น”โมโน”)
หมายถึง สิ่งของ หรือ ผลิตภัณฑ์ 

づくり Zukuri  "ซุคุริ" 
หมายถึง การสร้าง การผลิต หรือการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมา

เมื่อเรานำสองคำนี้มารวมกันจะแปลว่า การผลิตสิ่งของหรือสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการขึ้นมา  และสิ่งที่สร้างมาจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ 

ฉะนั้นในการผลิตจึงต้องใช้ทักษะและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้งานที่ดีออกมา และมีการพัฒนาปรับปรุงหรือที่เราเรียกว่า KAIZEN อย่างต่อเนื่อง  ไม่เพียงแต่สร้างเทคโนโลยีเท่านั้น จะต้องสร้างคนที่มีคุณภาพควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม หรือร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่องค์การได้จัดขึ้นมา เช่น กิจกรรมไคเซ็น (KAIZEN) ,กิจกรรม 5 ส, กิจกรรม QCC , กิจกรรม TPM เป็นต้น เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะทั้งทางด้านเทคโนโลยีและด้านแนวความคิด “คิดเป็น ทำเป็น และเรียนรู้ได้ตัวเอง” 



บริษัทโตโยต้าเองได้อธิบายความหมายของ Monozukuri ไว้ว่า

“Monozukuri เกิดจากการผสมผสานคำของญี่ปุ่น คำว่า Mono หมายถึง ผลิตภัณฑ์  zukuri หมายถึง การผลิต การสร้าง หรือการรังสรรค์สิงต่างๆ

คำว่า Monozukuri มีความหมายกับเรามากกว่าเพียงการเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยานยานต์ แต่ความหมายของมันครอบคลุมไปถึงการเป็นผู้รังสรรค์วิธีการและกระยวนการผลิตต่างๆ รวมถึงพัฒนาระบบการขายและการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค่าได้อย่างสูงสุด
Monozukuri ยังหมายถึง การสร้าง ทักษะความรู้ ความสามารถ ความภาคภูมิใจ ความพึงพอใน รวมถึงการบรรลุความสำเร็จโดยศึกษาจากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศึกษาจากความผิดพลาดในอดีตด้วย”

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์

หมายเหตุ  บางตำราจะเขียนคำว่า ものづくり เป็นโรมันจิว่า “Monodzukuri”  มีความหมายเหมือนกันไม่แตกต่าง

พอจะเข้าใจความหมายและนึกภาพความเชื่อมโยงของกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำนี้กันหรือยัง ขอให้สนุกกับกิจกรรมต่างๆ ของ Monozukuri กันนะคะ

วันวาเลนไทน์ที่ญี่ปุ่น

วันวาเลนไทน์ (Valentine's Day)

          สวัสดีค่ะ เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ถ้าพูดถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้วเราจะมองว่าเป็นเดือนแห่งความรักเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันวาเลนไทน์ คนไทยหลายคนก็ให้ความสำคัญกับวันนี้ โดยเฉพาะวัยรุ่น หนุ่มสาว ก็จะดอกไม้ ช็อคโกแลต ลูกอมหัวใจ หรือไม่ก็ของขวัญกับคนรักของตนเองซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะที่ผู้ชายมอบให้กับผู้หญิง แต่ถ้าเป็นญี่ปุ่นล่ะก็มีรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร หลายๆ คนอาจจะรู้แล้วว่าที่ญี่ปุ่นวันวาเลนไทน์เป็นวันที่ผู้หญิงมอบช็อคโกแลตให้แก่ผู้ชายเท่านั้น และดูเหมือนว่าจะมีแต่ประเทศญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรมแบบนี้

          ถ้าใครไปที่ญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะเห็นว่าในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ก็จะนำเอาช็อคโกแลตวาเลนไทน์ออกมาวางขายมากมาย มีรายหลายรูปแบบให้เลือกสรร ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีการจัดการส่งเสริมการขายหรืออีเว้นท์ที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ รวมถึงรายการโทรทัศน์ก็จะมีการพูดถึงวันวาเลนไทน์บ่อยๆ ในช่วงนี้



          วัฒนธรรมการให้ช็อคโกแลตของชาวญี่ปุ่นอาจดูแปลกสำหรับเรา แต่สำหรับสาวๆ ชาวญี่ปุ่นแล้ว นี่เป็นโอกาสที่เหมาะเหม็งที่จะทำการสารภาพความในใจกับคนที่เราชอบ พูดแล้วก็นึกถึงละครญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องๆ ที่มักจะมีฉากหรือซีนที่ผู้หญิงไปสารภาพรักกับคนที่ชอบ สำหรับการมอบช็อคโกแลตให้แก่ผู้ชายที่เราชอบ อาจจะซื้อมาหรือลงมือทำเองตกแต่งให้สวยงามก็ได้ แต่ก็ไม่จำกัดว่าจะให้แต่คนที่เราชอบเท่านั้น เรายังสามารถให้เพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือตัวเองกันได้เช่นกัน ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นมีคำเรียกแตกต่างกันออกไป เราไปทำความรู้จักคำศัพท์เหล่านั้นกันเลยค่ะ


ช็อคโกแลตที่มอบให้กับคนที่ชอบ หรือคนรัก
本命チョコ
Honmei choko
ฮงเมช็อคโก้
ช็อคโกแลตที่มอบให้กับหนุ่มที่ทำงาน หรือเพื่อนที่เป็นผู้ชาย
義理チョコ
Giri choko
กิริช็อคโก้
ช็อคโกแลตที่มอบให้กันในระหว่างเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน
友チョコ
Tomo choko
โทโมช็อคโก้
ช็อคโกแลตที่มอบให้กับพ่อ พี่ชาย น้องชาย หรือญาติที่เป็นผู้ชาย
ファミチョコ 
Fami choko
แฟมมิช็อคโก้
การซื้อช็อคโกแลตที่พิเศษเป็นของขวัญให้ตัวเอง เป็นรางวัลหรือเพื่อให้กำลังใจกับตนเอง
ご褒美チョコ
Go houbi choko
โกะโฮบิช็อคโก้
ช็อคโกแลตที่มอบให้กับบุคคลที่มีพระคุณ
世話チョコ 
Sewa choko
เซะวะช็อคโก้
ช็อคโกแลตที่มอบให้กับผู้ชายให้กันเอง
ホモチョコ 
Homo choko
โฮโมะช็อคโก้

          ตามประเพณีและวัฒนของญี่ปุ่น เมื่อมีการได้รับก็จะมีการให้สิ่งตอบแทนกลับไป
ที่ญี่ปุ่นจึงมีวันไวท์เดย์ (White Day) เป็นวันที่ฝ่ายชายจะต้องมอบสิ่งตอบแทนกลับไปให้กับผู้หญิง คือวันที่ 14 มีนาคม ครบ 1 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์นั่นเอง 

          รู้จักวัฒนธรรมวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่นกันมากขึ้นหรือยังเอ่ย สุขสันต์วันวาเลนไทน์ มีความรักและความสุขกันทั่วหน้านะคะ